ความปลอดภัยและอันตรายในการทำงานสำหรับพนักงานออฟฟิศ

ความปลอดภัยและอันตรายในการทำงานสำหรับพนักงานออฟฟิศ

ความปลอดภัยในการทำงาน และ อันตรายจากการทำงานสำหรับพนักงานออฟฟิศ มีอะไรบ้าง

การทำงานในออฟฟิศ มักถูกมองข้ามเรื่องความปลอดภัย คนทั่วไปมักมองว่า พนักงานออฟฟิศทำงานสบาย ไม่มีอันตรายจากการทำงาน  แต่ทุกงานมีอันตรายแฝงอยู่เสมอ ซึ่งอันตรายในงานแต่ละงานก็มีความแตกต่างกันไป 

1. อันตรายในการทำงานสำหรับพนักงานออฟฟิศ

การทำงานไม่ว่าจะงานอะไรย่อมมีอันตรายแฝงอยู่เสมอ งานในออฟฟิศก็เช่นกัน โดยแบ่งประเภทของอันตรายในงานออฟฟิศ ได้ดังนี้

 

 

  • อันตรายจากการพลัดตกและหกล้ม  

อันตรายลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ หากสภาพแวดล้อมในออฟฟิศไม่มีการจัดการพื้นที่ที่ดี เช่น วางของไว้บนที่สูงแล้วใช้เก้าอี้ที่มีล้อปีนขึ้นไป จึงตกลงมา หรือวางสิ่งของยื่นเข้ามาบนทางเดิน อาจทำให้สะดุดและล้มลงได้

  • อันตรายจากการชน การกระแทก

การทำงานในออฟฟิศ พนักงานมักจะเดินชน เป็นประจำ จนทำให้คิดว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอันตรายอะไร แต่ก็ทำให้เกิดการเขียวช้ำได้ ไม่ว่าจะเดินชน โต๊ะ เก้าอี้ หรือลิ้นชัก 

 

 

  • อันตรายจากการยกสิ่งของ 

เราคงเคยได้ยินว่า การยกสิ่งของที่ไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บบริเวณหลังได้ ซึ่งหากเราทำงานบนออฟฟิศ อาจจะต้องยกกล่องเอกสาร ยกกระดาษ หรือเคลื่อนย้ายโต๊ะทำงาน ถ้ายกหรือเคลื่อนย้ายด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บได้เช่นกัน

  • อันตรายจากการถูกบาดหรือถูกตัด 

การทำงานในออฟฟิศ อาจเกิดอันตรายจากการถูกมีดบาด กรรไกรบาด หรือแม้แต่กระดาษก็สามารถบาดมือได้

  • อันตรายจากไฟฟ้า  

เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น การเสียบปลั๊ก เปิด – ปิด สวิชท์ ซึ่งอาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานถูกไฟฟ้าดูดได้ 

  • อันตรายจากเครื่องถ่ายเอกสาร 

ซึ่งเครื่องถ่ายเอกสารมีทั้งรังสี และอันตรายจากหมึกพิมพ์ หากเราต้องสัมผัสเป็นประจำและเป็นระยะเวลานานๆ ก็ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานได้

  • อันตรายจากการใช้คอมพิวเตอร์ 

เมื่อพูดถึงการทำงานในออฟฟิศ สิ่งแรกที่ต้องใช้คือคอมพิวเตอร์ ซึ่งการใช้คอมพิวเตอร์ ก็มีอันตรายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางในการนั่งทำงาน ที่นั่งด้วยท่าเดิมๆ เป็นเวลานาน หรือจะเป็นแสงจากจอคอมพิวเตอร์ 

  • อันตรายจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน แสง เชื้อโรค ฝุ่นละออง การระบายอากาศ

สภาพแวดล้อมในการทำงานในออฟฟิศ มีความสำคัญในการทำงานด้วยเช่นกัน เพราะหากแสง

สว่างน้อยหรือจ้าเกินไป ก็อาจเกิดอันตรายได้ เชื้อโรคจากเครื่องปรับอากาศ ฝุ่นในพื้นที่ทำงาน หากสูดหายใจเข้าไปทุกวัน ก็เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้ หรือแม้แต่ความเย็ฯของเครื่องปรับอากาศเอง ถ้าหนาวหรือร้อนเกินไป ก็ส่งผลต่อการทำงานได้

 

 

2. การป้องกันอันตรายสำหรับพนักงานออฟฟิศ

การป้องกันอันตรายสำหรับพนักงานออฟฟิศ สามารถทำได้หลายวิธี อยู่ที่องค์กรว่าจะเลือกวิธีไหน และมี

ความเหมาะสมมากน้อยเพียงใดกับสถานที่นั้นๆ ซึ่งในที่นี้ ขอพูดถึงวิธีดังต่อไปนี้

2.1. การทำ 3 หรือ 3S 

การทำ 3ส หรือ 3S ประกอบด้วย สะสาง สะดวก และสะอาด 

  •     สะสาง (Seiri หรือ Sort) คือ การแยกสิ่งที่จำเป็นและไม่จำเป็นให้เป็นระเบียบ อะไรที่ใช้อยู่ให้กำหนดจุดวางให้เรียบร้อย จัดเก็บให้เป็นระเบียบ อะไรไม่ใช้ให้ทิ้ง 
  •     สะดวก (Seiton หรือ Set in Order) คือ การนำสิ่งที่เราสะสางเรียบร้อยแล้ว มาจัดวางให้เป็นระเบียบ โดยคำนึงถึงการใช้งานและความปลอดภัย ติดป้ายชี้บ่ง กำหนดจุดวางให้เรียบร้อย
  •   – สะอาด (Seiso หรือ Shine) คือ การทำความสะอาด ปัดกวาด เช็ดถู ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานให้สะอาด ไม่มีฝุ่นในพื้นที่ ก็จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีด้วยซึ่งการทำ 3ส ถือว่าเป็นพื้นฐานของความปลอดภัย เมื่อสภาพแวดล้อมในการทำงานดี มีการทำ 3ส ที่ดีก็เป็นการลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุอีกวิธีหนึ่ง ที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องรอ เช่น ลดโอกาสการเดินชน หรือการเกิดอุบัติเหตุจากการจัดวางสิ่งของในออฟฟิศที่ไม่เป็นระเบียบ เป็นต้น

2.2 การอบรมให้ความรู้ 

การอบรมให้ความรู้เป็นพื้นฐานในการทำงานสำหรับทุกงานไม่ว่าจะเป็นงานฝ่ายผลิตหรืองานบนออฟฟิศก็ตามเพราะหากเรามีความรู้ที่ถูกต้องในงานที่เราทำก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นการทำงานที่ปลอดภัยเช่นกันโดยความรู้ที่พนักงานออฟฟิศควรรู้เช่น

  • ท่าทางที่ถูกต้องในการทำงาน เพราะพนักงานออฟฟิศ มักนั่งทำงานด้วยท่าทางเดิมๆ เป็นเวลานานหากไม่มีความรู้ในเรื่องของการยศาสตร์ ก็ทำให้เกิดความเมื่อยล้า และอาจเป็นออฟฟิศซินโดรมได้
  • การใช้เครื่องมือสำนักงานอย่างถูกต้องและปลอดภัย เพราะเครื่องมือสำนักงาน อาจทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน หากใช้ไม่ถูกประเภทและถูกวิธี เช่น การใช้มีดคัตเตอร์ การใช้กรรไกร
  • การทำงานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ทุกคนที่ทำงานบนออฟฟิศต้องสัมผัสกับอันตรายจากไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิด สวิชท์ การเสียบปลั๊ก หรือการใช้เครื่องเคลือบเอกสาร
  • การยกของด้วยท่าทางที่ถูกต้อง การทำงานบนออฟฟิศ มีความจำเป็นต้องยก เคลื่อนย้ายสิ่งของด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกล่องเอกสาร กระดาษ หรือสิ่งของอื่น ซึ่งหากยกด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้องอาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บบริเวณหลังได้

2.3 การเลือกใช้อุปกรณ์สำนักงาน

นอกจากการทำ 3ส และการอบรมให้ความรู้กับพนักงานแล้ว การเลือกใช้อุปกรณ์สำนักงานก็มีความสำคัญ เช่นกัน หากเราไม่เลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสม ก็อาจเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการปฏิบัติงานได้ เช่น การเลือกใช้เก้าอี้ที่สามารถปรับระดับความสูงได้ และมีที่พักแขน เพราะสรีระของคนเราไม่เหมือนกัน จึงต้องมีการปรับให้เหมาะสมกับรูปร่างของแต่ละคน  หรือการเลือกใช้เครื่องตัดกระดาษแทนการใช้มีดคัตเตอร์ เพื่อลดโอกาสการบาดมือของผู้ใช้งาน เป็นต้น

ซึ่งวิธีที่กล่าวมา เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ละที่อาจมีวิธีที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวิธีไหน ก็มีประโยชน์ต่อการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในออฟฟิศได้ เพียงแต่ว่าเมื่อกำหนดขึ้นมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามและรักษาไว้

 

 

3. โรคยอดฮิตสำหรับพนักงานออฟฟิศ

เมื่อพูดถึงโรคยอดฮิดสำหรับพนักงานออฟฟิศ ทุกคนคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ออฟฟิศซินโดรม ที่เราได้ยินกันมานาน วันนี้เราจะมารู้จักออฟฟิศซินโดรมกัน

3.1   ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คืออะไร

  • ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คือ กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด เนื่องมาจากรูปแบบ การทำงานที่ใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานานต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบและปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณคอ หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ ซึ่งอาการปวดอาจลุกลามจนกลายเป็นเรื้อรังได้

3.2   การป้องกันการเกิดออฟฟิศซินโดรม

การป้องการเกิดโรคออฟฟิศซินโดรม มีด้วยกันหลายวิธี ได้แก่

  • การออกกำลังกายด้วยท่าที่เหมาะสมกับอาการ เช่น การยืดกล้ามเนื้อให้เกิดการยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
  • ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น การปรับระดับความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ ให้สามารถนั่งด้วยท่าที่สบาย การปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ระดับสายตา เป็นต้น
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานกล้ามเนื้อ เช่น ในระหว่างทำงานควรมีการยืดหรือเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อผ่อนคลายอย่างน้อยทุกๆ 1 ชั่วโมง การพักสายตาโดยมองออกไปไกลๆ เป็นต้น

สรุป

การทำงานในออฟฟิศถึงแม้ว่าจะเป็นอันตรายที่ไม่ร้ายแรง แต่ก็มีอันตรายที่แอบแฝงอยู่ ซึ่งอันตรายต่างๆ สามารถป้องกันได้ โดยเริ่มตั้งแต่การทำ 3ส เพราะเป็นพื้นฐานของความปลอดภัย และหาวิธีการอื่นที่เหมาะสมร่วมด้วย โดยดูตามความเหมาะสมขององค์กร เพื่อให้สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Related Posts